สถานการณ์และมาตรฐานการควบคุมแสดงฉลากและนโยบาย
GMOs / GMF
เนื่องด้วยมีการใช้และการยอมรับ GMOs / GMF ให้ใช้ปลูก จำหน่าย ศึกษาได้ ในหลายๆประเทศ
จึงต้องมีมาตรการในการควบคุมและแสดงฉลากของอาหาร ปัจจุบันหน่วยงานร่วม WHO / FAO
คือ Codex Alimentarius Commission กำลังอยู่ระหว่างการกำหนดระเบียบและวิธีการควบคุมรวมทั้งแสดงฉลากอาหาร
GMOs เพื่อใช้เป็นหลักสากลระหว่างประเทศสมาชิกทั่วโลก
สำหรับประเทศไทย รัฐบาลยังมีนโยบายห้ามนำเข้าเมล็ดพันธุ์พืชเข้ามาปลูกเป็นเชิงพาณิชย์
ยกเว้นเพื่อการศึกษาวิจัย ส่วนผลผลิตจากพืช GMOs ที่ใช้เพื่อการแปรรูปอาหารนั้นอนุญาตให้นำเข้าได้
ยกเว้นพืชปลูก GMOs ที่มีการประกาศห้ามนำเข้า
การแสดงฉลากอาหารดัดแปรพันธุกรรมในนานาประเทศ
- กลุ่มประเทศสหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ บังคับการแสดงฉลาก GMOs ที่ได้รับการยอมรับ
ถ้ามีปริมาณในอาหารมากกว่า 0.9 %
- ประเทศญี่ปุ่น บังคับการแสดงฉลาก GMOs ในถั่วเหลือง ข้าวโพดและพืชอื่นๆที่ได้รับการยอมรับ
ถ้ามีปริมาณเกิน 5 %
- ประเทศเกาหลี บังคับการแสดงฉลาก GMOs ในถั่วเหลือง ข้าวโพด และพืชอื่นๆที่ได้รับการยอมรับ
ถ้ามีปริมาณเกิน 3 %
- ประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ให้แสดงฉลากโดยความสมัครใจของผู้ผลิต ในกรณีที่ผลิตภัณฑ์นั้นมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
โดยยอมให้มีพืช GMOs ปะปนได้ในปริมาณ 5% ในอาหารที่ระบุว่าเป็น Natural แต่บังคับแสดงฉลากในกรณีที่อาจมีความเสี่ยงกับผู้บริโภคเช่น
การเกิดภูมิแพ้
- ประเทศไทย บังคับการแสดงฉลาก GMOs ในถั่วเหลืองและข้าวโพดถ้ามีปริมาณเกิน 5 %
โดยเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม 2546
ข้อดีข้อเสียของการบังคับการแสดงฉลาก GMOs
ข้อดี: ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์อาหารตามที่ต้องการ
ข้อเสีย: อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการ เช่น
ราคาสินค้าสูงขึ้น เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น หรือมีผลกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ
่