|
NEWS |
24
พฤษภาคม พ.ศ. 2547 ทางสหภาพยุโรปได้อนุญาตให้มีการนำเข้าและจำหน่ายข้าวโพดหวาน
(บีที11) เพื่อใช้ในการบริโภคได้ เป็นการยุติข้อห้าม de facto ban เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ดัดแปรพันธุกรรม
เดวิด เบิร์น คณะกรรมการสหภาพยุโรปด้านสุขภาพและคุ้มครองผู้บริโภคกล่าวว่า "ข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรมมีการประเมินด้านวิทยาศาสตร์
ก่อนการวางจำหน่ายมากที่สุดในเรื่องความปลอดภัยเทียบเท่ากับข้าวโพดธรรมชาติ
แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่ทำให้ต้องมีการควบคุมไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย
แต่เป็นเรื่องทางเลือกของผู้บริโภค"
โดยเขาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "กฎใหม่ของสหภาพยุโรป ด้านสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม
คือความชัดเจนในการติดฉลากและทวนสอบได้ การติดฉลากจะเป็นข้อมูลให้ผู้บริโภค
เพื่อใช้ในการตัดสินเลือกในสิ่งที่ตนเองต้องการ ทางคณะกรรมการจึงได้ออกข้อบังคับที่เข้มงวดและชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้"
และยังได้แถลงต่ออีกว่า "ข้อตัดสินใจนี้มีผล 10 ปีและมีการแจ้งเตือนไปทางบริษัทซินเจนตา
ทราบว่าทุกการนำเข้าผักกระป๋องเพื่อการบริโภค ต้องติดฉลากให้ชัดเจนว่า
'ทำมาจากข้าวโพดที่เก็บเกี่ยวจากพืชดัดแปรดัดแปรพันธุกรรม'
คณะกรรมการได้อนุมัติข้าวโพดหวานชนิดบีที 11 นี้ตั้งแต่เดือนมกราคม
และรอจนถึงสิ้นเดือนเมษายน เพื่อให้ประเทศสมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการอนุมัตินี้ออกมาคัดค้าน
แต่เมื่อไม่มีประเทศใดออกจากโต้แย้ง ทำให้อาหารที่ทำจากข้าวโพดนี้ได้รับการอนุญาตให้นำเข้าเพื่อการบริโภคได้โดยอัตโนมัติ
ซึ่งจัดเป็นข้าวโพดชนิดแรกที่ได้รับการอนุมัติ หลังจากเมษายน พ.ศ. 2541
(ค.ศ.1998)
ทางสหภาพยุโรปได้รับแรงกดดัน จากทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศผู้ส่งออกสินค้าทางการเกษตรอื่นๆ
ว่าde facto ban (การยับยั้งการนำเข้าอาหารดัดแปรพันธุกรรม) ไม่ได้เป็นหลักการทางวิทยาศาสตร์
และยังขัดต่อกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าวจะมีการยื่นคำร้องไปยังองค์กรการค้าระหว่างประเทศหรือ
WTO ในเรื่องการตัดสินใจยับยั้งการนำเข้าอาหารดัดแปรพันธุกรรม
ในขณะที่มีความก้าวหน้าในการอนุมัติการนำเข้าอาหารดัดแปรพันธุกรรม แต่ทางบริษัมเอกชนได้เริ่มลดการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพบางส่วนในสหภาพยุโรป
เนื่องจากประชากรส่วนใหญ่ไม่ต้องการบริโภคอาหารที่ผลิตจากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม
เช่นทางบริษัทมอนซานโต้ได้ชลอการวางตลาดข้าวสาลีดัดแปรพันธุกรรมในสหภาพยุโรป เพราะยังไม่เป็นที่สนใจของตลาด
ก่อนหน้านั้นไปอีก 1 เดือนบริษัทไบเออร์ของประเทศเยอรมันีได้ยกเลิกความพยายามที่จะเพาะปลูกข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรมในสหราชอาณาจักร
สิ่งที่ยังคงต้องจับตาดูต่อไปคือ สหภาพยุโรปจะเปิดไฟเขียวให้มีการผลูกพืชดัดแปรพันธุกรรมในสหภาพยุโรปได้หรือไม่
ที่มา: Cordis News (http://dbs.cordis.lu)
ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม:http://europa.eu.int/comm/food/food/biotechnology/index_en.htm
|
|