Contact us

Web master

Welcom to JustGMOs

บริการตรวจวิเคราะห์

 

 

 

NEWS
 
     กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนการใช้พืชในการผลิตยา

ที่มา: International Academy of Life Sciences
วันที่: 11 สิงหาคม 2547
Web site: http://www.pr9.net/science/conferences/1095august.html


     จากการรวมกลุ่มของสถาบันการศึกษา นักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญด้าน Life science กว่า 200 คนได้มีการรวมตัวกันจัดตั้ง
Web http://www.PlantPharma.org เพื่อให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการใช้พืชผลิตยา และความสำคัญในการนำไปรักษาผู้ป่วย
กลุ่มนี้ได้ปฏิเสธรายงานที่กล่าวว่าการปลูกข้าวดัดแปรพันธุกรรมเพื่อผลิตยารักษาโรคนั้น เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อม
ซึ่งรายงานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Friend of Earth, Center of Food Safety, Consumers Union, และ Environment California
ศจ. เวย์น แพรรอท จาก Crop and Soil Sciences Department ของมหาวิทยาลัยจอร์เจียกล่าวว่า ผู้เขียนบทความเอาความเสี่ยง
ที่อาจเกิดขึ้นกับการเป็นอันตรายมาปะปนกัน รายงานดังกล่าวพูดถึงปัญหาที่จะเกิดราวกับว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ง่าย ซึ่งตรงข้ามกับความเป็นจริง
จากการที่กล่าวว่าละอองเกสรของข้าวดัดแปรพันธุกรรมที่ใช้ในการผลิตยาจะไปลอยไปในอากาศและผสมเข้ากับข้าวจากธรรมชาติในแปลงข้างๆ
ซึ่งความเป็นจริงจากการศึกษาที่มีพบว่าละอองเกสรของข้าวปลิวไปได้ไกลที่สุดคือ 110 เมตร ในขณะที่แปลงปลูกข้าวดัดแปรพันธุกรรมปลูกห่างออกไป
ถึง 25 ไมล์ (40 กิโลเมตร) นอกจากนี้ข้าวยังเป็นพืชผสมตัวเองอีกด้วย ทำให้ยิ่งเป็นเรื่องยากในการผสมข้ามต้น

คณะกรรมการสหภาพยุโรปเตรียมพร้อมรับความขัดแย้งเรื่องเมล็ดพืชดัดแปรพันธุกรรม

ที่มา: Reuters News Service
วันที่: 12 สิงหาคม 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5763.php


     บรัสเซลล์: อีกประมาณ 1 เดือนข้างหน้าจะเป็นอีกครั้งที่ทางยุโรปจะแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมาก
ในด้านเทคโนโลยีชีวภาพของแต่ละประเทศในกลุ่ม เมื่อจะมีการพิจารณาเรื่องเมล็ดพืชดัดแปรพันธุกรรม
ซึ่งเป็นชิ้นส่วนสุดท้ายของกฎระเบียบของสหภาพยุโรปในเรื่องสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม
ทางบรัสเซลล์ต้องการให้มีระเบียบการดูแลเมล็ดพืชเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจ ในการประเมินและยอมรับ
พืชดัดแปรพันธุกรรมเพื่อการปลูก แต่ดูเหมือนจะยังไม่สามารถตกลงกันได้ แม้จะมีการจัดทำฉบับร่างในเรื่องดังกล่าว
มากว่าปีแล้ว กลุ่มของคณะกรรมการทั้ง 25 คนจะมีการประชุมตกลงกันในวันที่ 8 กันยายนเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อตกลง
ในนโยบายก่อนที่กฎการห้ามพืชดัดแปรพันธุกรรมในสหภาพยุโรปจะหมดอายุลงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า
การตกลงคงไม่ได้ข้อสรุปง่ายนัก เนื่องจากต้องเกี่ยวข้องกับ 5 สาขาคือ การเกษตร สิ่งแวดล้อม งานวิจัย การค้า
และความปลอดภัยของอาหาร ซึ่งปัจจุบันการตกลงในเรื่องนี้จะเป็นในลักษณะค้านกันอยู่แบบหาข้อสรุปไม่ได้
พืชที่มีอยู่ในรายการมี 6 ชนิดคือ rapeseed, ข้าวโพด, sugar beet, fodder beet, มันฝรั่ง และ ฝ้ายโดยมีเกณฑ์การยอมรับการปะปน
ของพืชดัดแปรพันธุกรรมได้ 0.3 - 0.5%
กลุ่ม Green กล่าวเกณฑ์ที่ควรจะเป็นคือ 0.1% เพราะมิฉะนั้นจะไม่สามารถตอบสนองความต้องการที่เคร่งครัดของผู้บริโภค
เรื่องพืชที่ไม่ผ่านกี่ดัดแปรพันธุกกรม
ประเทศออสเตรีย ลักแซมเบอร์ก และเดนมาร์ก ได้ออกมาประกาศว่าจะสนับสนุนเกณฑ์ไม่เกิน 0.1% เท่านั้น

     ผู้บริโภคในจีนเริ่มให้ความสนใจกับอาหารดัดแปรพันธุกรรม

ที่มา: China Daily
วันที่: 12 สิงหาคม 2547
Web site: http://www.chinadaily.com.cn/english/doc/2004-08/12/content_364492.htm


     กรุงปักกิ่ง: ที่ห้าง Trust supermarket ซึ่งเป็นซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ใหญ่ที่สุดในกวางโจว ผู้บริโภคเริ่มตระเวนตามแถวชั้น
วางน้ำมันพืชสำหรับปรุงอาหาร
ลี เหวยชาวบ้านคนหนึ่งกล่าวว่า เธอทานอาหารดัดแปรพันธุกรรมได้ แต่ถ้าเป็นไปได้เธออยากเลือกผลิตภัณฑ์แบบที่ไม่ได้ทำมาจาก
สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม เพราะคิดว่าปัจจุบันยังไม่มีการตัดสินลงไปอย่างเด็ดขาดว่า อาหารดัดแปรพันธุกรรมปลอดภัย
ซึ่งทำให้เธอพยายามระมัดระวังในเรื่องนี้
แต่เธอคงไม่มีทางเลือกเท่าไรนัก เพราะในปัจจุบันผู้ผลิตได้ใช้ ถั่วเหลืองและข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรม เป็นวัตถุดิบในการผลิต
น้ำมันพืชสำหรับปรุงอาหาร เช่นเดียวกับน้ำมันที่ทำจาก rapeseed
ประเทศจีนเป็นผู้นำเข้ารายใหญ่ของโลก และส่วนใหญ่นำเข้ามาจากสหรัฐฯ ปีที่แล้วจีนนำเข้าถั่วเหลือง 8.29 ล้านตัน ซึ่งในช่วง
มค. - พค. ที่ผ่านมา นำเข้ามาจากสหรัฐ 6.26 ล้านตัน ซึ่ง 70% ของถั่วเหลืองที่นำเข้ามาจะเป็นถั่วเหลืองดัดแปรพันธุกรรม
และถูกใช้ในการผลิตน้ำมันสำหรับปรุงอาหาร และประเทศจีนได้ให้มีการติดฉลากในน้ำมันที่ทำจากพืชดัดแปรพันธุกรรม
ตั้งแต่ 1 พค. เป็นต้นมา แต่ยังไม่ได้ให้มีการติดฉลากในอาหารอื่น แม้จะมีงานวิจัยในเรื่องนี้ในอาหารหลายชนิดแล้วก็ตาม
ผู้ขายของห้าง Trust supermarket กล่าวว่าการติดฉลากไม่เป็นผลดีกับสินค้า เพราะผู้บริโภคจะไม่ชอบเกี่ยวกับเรื่อง
ที่เป็นพืชดัดแปรพันธุกรรม แต่ถ้ามีการติดป้ายลดราคาจะมีผลทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจในการซื้อน้ำมันจากพืชดัดแปรพันธุกรรมมากขึ้น

     สงครามระหว่างเกษตรกรและบริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ

ที่มา: The Enquirer
วันที่: 15 สิงหาคม 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5768.php


     บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพ ได้สัญญากับเกษตรกรว่าจะมีพืชที่ต้านทั้งแมลงที่หิวโหย และทนต่อยาฆ่าแมลงได้มากขึ้น
แต่เกษตรกรหลายรายกล่าวว่าพวกเขาต้องความเป็นอิสระกับเมล็ดพืชเหล่านี้
พืชชนิดใหม่เหล่านี้ที่ได้พัฒนาโดยบริษัท ซึ่งต้องใช้เวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก สิทธิบัตรได้ทำให้บริษัทผู้ผลิต
เมล็ดพืชดัดแปรพันธุกรรมนี้มีสิทธิในเมล็ดพืชของตน และกำหนดราคาขายในท้องตลาดได้ตามต้องการ
พืชดัดแปรพันธุกรรมชนิดแรกได้วางจำหน่ายราวๆทศวรรษที่ 90
ทุกๆฤดุของการปลูกเกษตรกรต้องซื้อเมล็ดรุ่นใหม่จากบริษัทผู้ผลิจเมล็ดพันธุ์ และลงนามในสัญญาว่าจะไม่มีการเก็บเมล็ด
ไว้สำหรับปลูกในปีต่อๆไป ซึ่งเกษตรกรต้องการจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในปีต่อๆไปซึ่งผิดกฎหมาย ปัจจุบันบริษัทผู้ผลิต
เมล็ดพันธุ์พืชดัดแปรพันธุกรรม ได้มีคดีหลายคดีที่ฟ้องร้องเกษตรกรที่เก็บเมล็ดพืชผลผลิตไว้ปลูกในปีถัดไป
ตอนนี้ทางเกษตรกรเริ่มจะสู้กลับ โดยมีการเสนอให้ให้มีการจ่ายซื้อเมล็ดพันธุ์แบบที่ครอบคลุม ให้สามารถเก็บผลิตผล
ไว้ปลูกในฤดูต่อๆไปได้ด้วย แต่ทนายความของบริษัทผู้ผลิตเมล็ดพันธุ์พืชดัดแปรพันธุกรรมยักษ์ใหญ่รายหนึ่งกล่าวว่า
การกระทำดังกล่าวจะเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย

     เกษตรกรกล่าวว่าการปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรมนั้นปลอดภัย

ที่มา: ABC News Online
วันที่: 17 สิงหาคม 2547
Web site: http://www.abc.net.au/news/newsitems/200408/s1178482.htm


     ศจ. เจนนิเฟอร์ ธอมสัน ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพืชดัดแปรพันธุกรรม กล่าวในงานประชุม International
Entomology Congress (งานประชมทางด้านกีฏวิทยานานาชาติ) ว่าเกษตรกรชาวออสเตรเลียไม่ควรกลัว
ที่จะปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรม เพราะเกษตรกรขนาดเล็กได้ปลูก ฝ้ายและข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรมที่ทนต่อแมลง
ในแอฟริกาใต้ ซึ่งเธอเห็นว่าสามารถปลูกได้เช่นเดียวกันในประเทศออสเตรเลีย
และเธอยังกล่าวอีกด้วยว่าพืชดัดแปรพันธุกรรมได้ถูกทดสอบอย่างเข้มงวดในด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
โดยได้มีการทดสอบอย่างหนักในขณะที่พืชธรรมชาติไม่เคยถูกทดสอบขนาดนี้ และพืชดัดแปรพันธุกรรมเหล่านี้
ปลอดภัยกว่าพืชจากธรรมชาติที่เต็มไปด้วยยาฆ่าแมลง

     มอนซานโต้ต้องการส่วนแบ่งในตลาดขายพืชดัดแปรพันธุกรรมเพิ่มขึ้น

ที่มา: St. Louis Post-Dispatch
วันที่: 27 สิงหาคม 2547
Web site: http://www.stltoday.com/stltoday/business/stories.nsf/
Business/story/84AE92C6C7D4562586256EFD0038D79E?Open
Document&Headline=Monsanto's+rivals+want+a+bigger+piece+
of+biotech+crop+pie

     ในกลุ่มเทคโนโลยีชีวภาพที่นำโดยบริษัทมอนซานโต้กำลังมีการแข่งขันสูง อย่างน้อย 4 บริษัทยักษ์ใหญ่
ที่จำแนกสารพันธุกรรมที่มีประโยชนและนำใช้ในมาผลิตพืชดัดแปรพันธุกรรมหลายพันธุ์ และถ้าผ่านการประเมิน
แล้วก็จะเป็นคู่แข่งที่สำคัญสำหรับมอนซานโต้ หรืออาจมีการจำหน่ายไปด้วยกัน แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ใจได้คือ
ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าเกษตรกรจะสามารถมีตัวเลือกมากขึ้นจะปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรมพันธุ์ไหน
เกษตรกรจะเลือกสิ่งที่พอใจมากกว่าจะซื้อเพราะยี่ห้อ เหมือนที่ปัจจุบันที่เกษตรกรซื้อถั่วเหลือง Roundup
Ready ไม่ใช่เพราะเป็นของมอนซานโต้ แต่เป็นเพราะจนถึงปัจจุบันมันให้ผลผลิตที่ดีตามต้องการ
ถั่วเหลือง Roundup Ready เป็นของบริษัทมอนซานโต้ เป็นถั่วเหลืองที่ทนต่อยาปราบวัชพืชชนิด Glyphosate บริษัทกล่าวว่า
ในปี 2546 จากพื้นที่การปลูกพืชดัดแปรพันธุกรรม 167.2 ล้านเอเคอร์ จะมี 92% ที่ปลูกเมล็ดพันธุ์ของมอนซานโต้ ส่วนใหญ่เป็น
พืชดัดแปรพันธุกรรมที่ทนต่อแมลงและยาปราบวัชพืช
แต่สถานการณ์ต่างๆกำลังจะเปลี่ยนไป ไม่ว่าจะเป็น บริษัทซินเจนต้า บริษัทดูปอง-ไพโอเนียร์ไฮเบรทอินเตอร์เนชั่นแนล
บริษัทดาวอโกรซายน์แอลแอลซีแอนด์ไบเยอร์ครอพซายน์ (บริษัทย่อยของไบเยอร์) แต่ละบริษัทกล่าวว่าในอีก 5 - 10 ปี
บริษัทของตนจะเป็นยักษ์ใหญ่ในสาขานี้เช่นกัน

     WTO เห็นด้วยกับข้อเสนอของสหภาพยุโรปเรื่องข้อโต้แย้งของพืชดัดแปรพันธุกรรม

ี่มา: AP
วันที่: 27 สิงหาคม 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5801.php


     สหรัฐนต้องรอไปจนปีหน้าเพื่อดูผลการต่อสู้กับสหภาพยุโรปเรื่องการแก้ปัญหาอาหารดัดแปรพันธุกรรม
เมื่อองค์กรการค้าโลกหรือ WTO เห็นด้วยกับ สหภาพยุโรปที่ร้องขอให้มีนักวิทยาศาสตร์เข้าสู่การโต้แย้ง
การตัดสินใจมีขึ้นเมื่อวันที่ 20 ที่ยอมให้มีการโต้แย้งจากผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะมีการตกลงใจในการยื่นฟ้อง
ของประเทศสหรัฐ  แคนาดา และอาร์เจนติน่า เรื่องการที่สหภาพยุโรปต้องประเมินอาหารดัดแปรพันธุกรรม
ก่อนยอมให้ขายในสหภาพยุโรป และการบังคับให้ติดฉลากที่เข้มงวดเป็นการทำให้ผู้บริโภคกลัวเกินความจำเป็น
ซึ่งแปลว่าการการสรุปผลของ WTO ที่คาดจะมีเสร็จก่อนสิ้นปีนี้ ต้องเลื่อนออกไปจนกว่าจะถึงปลายมีนาคมปีหน้า
ทางสหรัฐฯอ้างว่าการโต้แย้งของสหภาพยุโรปที่จะให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์เข้ามาร่วมนั้นไม่จำเป็น
เพราะเป็นการบิดเบือนจากเรื่องที่ยื่นฟ้องทางการค้าให้เป็นเรื่องทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อม

 
     กลุ่มผู้เชี่ยวชาญสนับสนุนการใช้พืชในการผลิตยา

ที่มา: Scramento Bee
วันที่: 23 กรกฎาคม 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5708.php


     กลุ่มผู้บริโภค 4 กลุ่มและกลุ่มอนุรักษ์อีก 1 กลุ่ม ได้ร้องขอให้ยับยั้งการใช้ข้าวในการผลิตยาเพราะอาจ
ปนเปื้อนในแหล่งอาหาร และระหว่างที่รอการตัดสิน ทางกลุ่มต้องการให้รัฐเป็นอิสระที่จะดำเนินการเพื่อดูศึกษา
ผลทางเศรษศาสตร์ สิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ

 
Copyright 2004 www.justgmos.com All rights reserved