Contact us

Web master

Welcom to JustGMOs

บริการตรวจวิเคราะห์

 

 

 

NEWS

ผู้เชี่ยวชาญของสหภาพยุโรปล้มเหลวในการตกลงเรื่องการนำเข้าข้าวโพดจีเอ็มโอ

ที่มา: Reuters News Service
วันที่: 20 กันยายน 2547
Web site: http://www.reuters.co.uk/newsArticle.jhtml?type=topNews&storyID=6281996

    กรุงบรัสเซลล์: สหภาพยุโรปเลื่อนการลงมติอนุญาตให้นำเข้าข้าวโพดดัดแปรพันธุกรรมของบริษัทมอนซานโต้ เมื่อพบว่าคะแนนที่นับได้ไม่มากพอที่จะยอมรับหรือปฏิเสธ เนื่องจากสมาชิกหลายประเทศต้องการความกระจ่างมากกว่านี้ ซึ่งการประชุมจะมีขึ้นอีกครั้งเมื่อมีข้อมูลเพิ่มขึ้น ทางสมาชิกต้องการผู้เชี่ยวชาญทั่งด้านความปลอดภัยอาหารและสิ่งแวดล้อม และถ้าคะแนนเสียงไม่พอที่จะลงความเห็นหรือไม่สามารถตัดสินได้ภายในเวลา 3 เดือนคณะทำงานจะสามารถการอนุญาตได้ ซึ่งขณะนี้มีเพียง 4 ประเทศจากทั้งหมดที่ลงคะแนนให้ผ่าน ในขณะที่ผู้บริโภคในสหภาพยุโรปประมาณ 70% ไม่นิยมบริโภคอาหารจีเอ็มโอ
บริษัทมอนซานโต้ต้องการให้อนุญาตการนำเข้าข้าวโพด MON863 (สามารถต้านทานหนอนเจาะราก) เพื่อใช้เป็นเป็นอาหารสัตว์ไม่ใช่เพื่อการบริโภค


หญ้าดัดแปรพันธุกรรมสามารถแพร่กระจายในระยะไกลมาก

ที่มา: Reuters News Service
วันที่: 21 กันยายน 2547
Web site: http://www.reuters.co.uk/newsArticle.jhtml?type=scienceNews&storyID=6294561&section=news

     กรุงวอชิงตัน: นักวิจัยของรัฐบาลสหรัฐฯกล่าวว่า หญ้าที่มีการดัดแปรพันธุกรรมเพื่อปลูกในสนามกอล์ฟ สามารถแพร่ละอองเกสรที่เบามากออกไปตามลมได้เป็นไมล์ๆ
ทีมจากหน่วยงานป้องกันสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection Agency หรือ EPA) กล่าวว่า หญ้าดังกล่าวถูกพัฒนาโดยบริษัท Marysville, Ohio-based Scotts Co. เพื่อให้หญ้าทนต่อยาฆ่าวัชพืชชนิด Roundup ของบริษัทมอนซานโต้นี้ สามารถกระจายละอองเกสรได้ไกลถึง 13 ไมล์
ซึ่งทางกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯกล่าวว่าผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม จะทำให้พืชนี้ไม่สามารถออกสู่ตลาดได้ไม่น้อยกว่า 1 ปี ผลการวิจัยเพิ่งได้รับการได้ตีพิมพ์ใน Proceeding of the National Academy of Sciences ซึ่งแสดงหลักฐานอย่างแน่ชัดว่าเป็นการยากที่จะควบคุมพืชเหล่านี้จากการผสมข้ามพันธุ์ไปยังพืชอื่นๆในธรรมชาติ ซึ่งจะก่อให้เกิดลูกผสมที่ไม่พึงประสงค์อย่างมาก
มีพืชหลายชนิดที่ภูกผลิตมาเพื่อทนต่อยาฆ่าวัชพืชชนิด Roundup เพื่อให้เกษตรกรสามารถพ่นยาฆ่าวัชพืชได้โดยไม่ต้องกังวลต่อพืชที่ปลูก แต่ก่อให้เกิดข้อกังวลในเรื่องการที่พืชเหล่านี้จะกระจายไปสู่สิ่งแวดล้อมและมีการผ่านยีนที่สามารถทนต่อยาฆ่าวัชพืชนี้แล้วทำให้เกิด Superweed (คือวัชพืชที่ฆ่าไม่ตาย) แต่บริษัทผู้ผลิตกล่าวว่าสามารถใช้สารเคมีตัวอื่นฆ่าพืชพวก Superweed เหล่านี้ได้


มอนซานโต้เพิ่มความพยายามในการจะเก็บค่าธรรมเนียมจากเมล็ดพืชจีเอ็มโอในอาร์เจนติน่า


ที่มา: Dow Jones
วันที่: 22 กันยายน 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5871.php

     เมื่อวันศุกร์ที่ 17 กันยายน บริษัทมอนซานโต้กระตุ้นให้หน่วยงานการเกษตรของอาร์เจนติน่า หาทางเก็บค่าลิขสิทธิ์จากการใช้เมล็ดถั่วเหลืองดัดแปรพันธุกรรม โดยกล่าวว่าทางประเทศอาร์เจนติน่าควรมีระบบในการเก็บเกี่ยวค่าตอบแทนของการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ
ประเทศอาร์เจนติน่าเป็นประเทศที่มีการปลูกพืชจีเอ็มเป็นอันดับ 2 ของโลก ส่วนใหญ่เป็นเมล็ดพันธุ์มาจากบริษัทมอนซานโต้ แต่ในกรณีถั่วเหลืองซึ่งมีถึง 95% ของพื้นที่ปลูกทั้งหมด บริษัทไม่สามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้ เนื่องจากเป็นการเพาะปลูกโดยใช้เมล็ดจากผลผลิตเดิมในฤดูกาลปลูกก่อน
ต่างจากข้าวโพดและทานตะวันที่เกษตรกรต้องซื้อเมล็ดพันธุ์จากบริษัททุกปี ถั่วเหลืองนั้นเกษตรกรสามารถเก็บผลผลิตที่ได้แล้วนำไปเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับปีถัดไปได้ และเกษตรกรส่วนใหญ่กล่าวว่าไม่เป็นไรเพราะได้เสียเงินซื้อเมล็ดมาแล้ย่อมมีสิทธิ์ในการใช้ผลผลิตได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินอีก
แต่มอนซานโต้คิดต่างออกไปว่า การไม่จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ในการใช้เมล็ดเหล่านี้ ทำให้บริษัทเสียหาย เพราะได้ค่าตอบแทนไม่คุ้มกับการลงทุน และเกษตรกรบางรายไม่ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์ในการซื้อเมล็ดพันธุ์ เนื่องจากมีการซื้อ-ขายเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลืองกันในตลาดมืด ผลที่ตามมาคือรายได้บริษัทลดลง ภาษีที่ต้องจ่ายให้รัฐก็ลดลงด้วย
สมาคมเมล็ดพันธุ์กล่าวว่าบริษัทสามารถเก็บค่าลิขสิทธิ์ได้เพียง 75 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจากการประเมินการควรจะเก็บได้ถึง 400 ล้านเหรียญสหรัฐ
มอนซานโต้หยุดจำหน่ายเมล็ดพันธุ์ของถั่วเหลืองมาตั้งแต่เดือนมกราคม เพราะบริษัทเห็นว่าไม่คุ้มค่ากับการลงทุน จนกว่าทางประเทศอาร์เจนติน่าจะมีระบบการเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่ดีกว่าที่เป็นอยู่ แต่ปัจจุบันยังไม่มีความชัดเจนว่ามีการดำเนินการเรื่องนี้ขั้นไหน อย่างไร


พืชดัดแปรพันธุกรรมกำลังเผชิญหน้ากับการต่อต้านที่เพิ่มขึ้น

ที่มา: The Associated Press
วันที่: 24 กันยายน 2547
Web site: http://64.26.159.139/static/news/NEWSID_5873.php

     ซานฟรานซิสโก: ชาวนาในแคลิฟอร์เนียกำลังวิตกกังวล ว่าลูกค้าชาวญี่ปุ่นจะปฏิเสธข้าวของพวกเขา ถ้ามีการอนุญาตให้ปลูกข้าวจีเอ็มในรัฐแคลิฟอร์เนียได้
ในฮาวายชาวสวนที่ปลูกมะละกอที่ไม่ได้ผ่านการดัดแปรพันธุกรรม พบมีสัญญาณว่ามีการปะปนของมะละกอจีเอ็มเข้ามา ซึ่งแม้นักชีววิทยากล่าวเป็นเรื่องปกติของพืชทั่วไปที่จะมี gene flow (การแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรม ในขณะที่มีการผสมข้ามต้น) แต่เกษตรกรกล่าวว่ามันเกิดขึ้นเพราะการดัดแปรพันธุกรรมพืช
สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่มีความเครียดระหว่างบริษัททางด้านเทคโนโลยีชีวภาพและกลุ่มผู้ต่อต้าน เมื่อทางรัฐบาลสหรัฐฯตีพิมพ์การศึกษาว่าหญ้าดัดแปรพันธุกรรมสามารถแพร่กระจายละอองเกสรไปได้ไกลกว่า 12 ไมล์ ในการศึกษาที่ Willamette valley รัฐฯโอเรกอน
มีเกษตรกรหลายรายที่ปลูกพืชธรรมชาติแต่มีการปะปนของพืชจีเอ็มโอในแปลงของพวกเขา ซึ่งพวกเขากล่าวว่าเป็นการสร้างความเสียหาย เพราะพืชจากธรรมชาติสามารถขายได้ราคาสูงกว่าพืชจีเอ็ม แต่สาเหตุที่ทำให้เกิด gene flow บางครั้งก็เกิดจากปัจจัยที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่นสภาวะอากาศ ในขณะที่ญี่ปุ่น สหภาพยุโรปและอีกหลายประเทศ ต้องการแต่พืชจากธรรมชาติ ทำให้ประเทศที่ไม่สามารถควบคุมการปะปนของพืชจีเอ็มจากพืชธรรมชาติได้ อาจสูญเสียตลาดเหล่านี้
ประชาสัมพันธ์ของกระทรวงเกษตรสหรัฐกล่าวว่า ทางหน่วยงานเป็นห่วงเรื่อง gene flow แต่การดูแลจะแค่ในช่วงที่อยู่ในช่วงทำการทดลองเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่พืชดังกล่าวผ่านการและอนุญาตให้ปลูกได้ เช่นมะละกอที่ได้รับอนุญาตในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) เมื่อได้รับอนุญาตแล้วกระทรวงเกษตรก็จะเลิกจับตามองทันที

  
Copyright 2004 www.justgmos.com All rights reserved