ปัจจุบันใช้หลักการประเมินความปลอดภัยของอาหาร
GMOsโดยการเปรียบเทียบอาหารที่ผลิตจากวัตถุดิบที่เป็น GMOs กับอาหารเดิมที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติเรียกหลักการนี้ว่า
Substantial Equivalence Concept ซึ่งเปรียบเทียบในแง่โมเลกุล ส่วนประกอบ
คุณค่าทางโภชนาการ และความเป็นพิษและสารภูมิแพ้ของอาหารนั้น โดยถ้ามีความเท่าเทียมกับอาหารเดิมให้ถือว่ามีความปลอดภัยเท่ากัน
ถ้ามีความแตกต่างบ้างต้องทดสอบความปลอดภัยให้ละเอียดมากขึ้นอีก
ถ้าอาหารจาก GMOs มีคุณลักษณะแตกต่างจากอาหารเดิมต้องปฏิบัติเหมือนเป็นอาหารชนิดใหม่
(Novel Food) ต้องใช้วิธีการประเมินความปลอดภัยขององค์ประกอบของอาหารนั้นทุกอย่าง
ความปลอดภัยทางชีวภาพ ( Biosafety )
เนื่องจากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีในธรรมชาติ จึงก่อให้เกิดความกังวลว่า
เมื่อนำไปใช้เป็นอาหารหรือส่วนประกอบของอาหาร จะปลอดภัยต่อมนุษย์หรือไม่ ดังนั้นในการนำ
GMOs ไปใช้ประโยชน์ จึงต้องวิเคราะห์ความปลอดภัยทางชีวภาพหรือความเสี่ยงก่อน โดยความปลอดภัยทางชีวภาพหมายถึง
ความปลอดภัยที่เกิดจากสิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมที่พัฒนาโดยใช้เทคนิคทางพันธุวิศวกรรมโดย
คำนึงถึงความปลอดภัยที่มีต่อความหลากหลายทางชีวภาพและสุขอนามัยของมนุษย์ อันเกิดจากการวิจัยและพัฒนา
การเคลื่อนย้าย การจัดการ และการใช้ประโยชน์สิ่งมีชีวิตที่ได้รับการดัดแปรพันธุกรรมนั้น
การวิเคราะห์ความเสี่ยง ( Risk Analysis )
มี 3 ขั้นตอน คือ
1. การประเมินความเสี่ยง
(Risk assessment) โดยใช้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์
เพื่อชี้ให้เห็นว่า GMOs ที่นำมาใช้ประโยชน์ มีโอกาสเสี่ยงมากหรือน้อยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัยของมนุษย์
ประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญ 2 ประการ คือ การประเมินความปลอดภัย (Food
Safety Assessment) และ การประเมินคุณค่าทางโภชนาการ (Nutritional
Aspect Assessment)
1.1
การประเมินความปลอดภัย วิธีการสำคัญที่ต้องดำเนินการ ดังนี้
- การทดสอบการก่อภูมิแพ้
(Allergenicity Test) เพื่อศึกษาความเสี่ยงในการแพ้อาหารดัดแปรพันธุกรรมของผู้บริโภคที่อาจเกิดจากโปรตีนชนิดใหม่ที่สิ่งมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมสร้างขึ้น
- การทดสอบความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง
(Animal Toxicity Test) เพื่อศึกษาความเป็นพิษต่อร่างกายของผู้บริโภค
ซึ่งอาจเกิดจากการรับประทานอาหารดัดแปรพันธุกรรม โดยการศึกษาความเป็นพิษในสัตว์ทดลอง
เช่น ศึกษาความเป็นพิษต่อ ตับ ไต เป็นต้น
1.2 การประเมินคุณค่าทางโภชนาการ
การปรับแต่งพันธุกรรมอาจมีผลให้คุณค่าทางโภชนาการลดลง ขาดหายไปหรือเปลี่ยนไป
จึงต้องทำการศึกษาปริมาณสารอาหาร ความคงตัวของสารอาหาร bioavailability
และประเมินผลกระทบด้านโภชนาการและสุขภาพของผู้บริโภค
2. การจัดการความเสี่ยง (Risk management) เป็นการพิจารณาความเสี่ยงจากการประเมินในขั้นแรกนั้น
สามารถจัดการได้ไหม และจะจัดการอย่างไร ไม่ให้เกิดผลกระทบดังกล่าว
โดยมีการทำการวิจัยและเสนอแนวทางจัดการและประเมินผล
3. การสื่อสารความเสี่ยง (Risk communication) เป็นการให้ข้อมูลและข่าวสารในด้านการประเมินและการจัดการความเสี่ยงของ
GMOs แก่สาธารณชน เพื่อให้รับทราบและแสดงข้อคิดเห็น เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้มีอำนาจที่จะอนุญาตให้มีการปลดปล่อย
GMOs สู่สิ่งแวดล้อมหรือไม่